จุดเด่น Ezviz H9C 3K และ H9C 2K

📌 เมื่อพูดถึงกล้องวงจรปิดบอกได้เลยว่าในยุคนี้ใครๆ ก็ต้องมีติดบ้านไว้เหมือนยาสามัญประจำบ้านกันแล้ว เพราะว่าปัจจุบันนอกจากจะเอามาไว้สำหรับช่วยเป็นตาที่ 3 สำหรับตรวจจับขโมยแล้ว ยังสามารถเอาไปใช้ช่วยสอดส่องความปลอดภัยของคนในบ้านเช่น เอาไว้ใช้เพื่อคอยจับตาดูเด็กๆ หรือผู้สูงอายุ อีกทั้งยังมีฟังก์ชั่นการพูดคุยผ่านกล้องวงจรปิด ช่วยตรวจจับคนน่าสงสัยและติดตามการเคลื่อนไหวต่างๆ และยังมีระบบเตือนภัยด้วยไฟและเสียงเพื่อไล่ผู้ที่ไม่ประสงค์ดีกับตัวเราและทรัพย์สมบัติภายในบ้านได้อีกด้วย

📌 Ezviz H9C 3K และ H9C 2K มีจุดแข็งที่ยิ่งกว่ากล้องวงจรปิดทั่วๆไป เพราะมาพร้อมกับกล้อง 2 ตัว ที่ความละเอียดเท่ากัน โดยในรุ่น 3K กล้องคู่จะมีความละเอียดอยู่ที่ 2880×1620 พิกเซล ในขณะที่รุ่น 2K จะมีความละเอียดอยู่ที่ 2304×1296 ในขณะที่คุณสมบัติและฟังก์ชั่นต่างๆ ของทั้ง 2 รุ่นนั้นเรียกได้ว่าเหมือนกันดั่งแฝดพี่แฝดน้อง กาสะลอง ซ้องปีบ กันเลยทีเดียว

📌 โดยทั้ง Ezviz H9C 3K และ 2K ถูกดีไซน์ออกมาเป็นกล้องวงจรปิดสำหรับใช้ภายนอก ที่มาพร้อมกับเสาสำหรับรับสัญญาณไวไฟให้ 2 เสา กันน้ำฝนได้ ตัวกล้องคู่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างดี โดยจะแบ่งกล้องบริเวณฐานเป็นกล้องหลัก ไม่สามารถเคลื่อนที่หรือหมุนไปมาได้ ในขณะที่อีกเลนส์จะทำหน้าที่สอดส่องสิ่งรอบข้าง ซูมติดตามบุคคลที่ผ่านเข้ามาในระยะของกล้องหลักได้ โดยสามารถหมุนรอบตัวซ้ายขวาบนล่างได้ครอบคลุมพื้นที่ 360 องศา

และแน่นอนว่านอกจากตัวกล้องที่มีดีทั้งคุณภาพและมาเป็นแบบแพ็คคู่แล้ว เรื่องของฟังก์ชั่นเองก็จัดเต็มมากเช่นเดียวกัน โดยสรุปจุดเด่นเรื่องของฟังก์ชั่นที่น่าสนใจมาได้ดังนี้

 

1.  รองรับการตรวจจับรูปร่างคน การเคลื่อนไหวของยานพาหนะ และซูมติดตามการเคลื่อนไหวได้

📌 โดยตัวกล้องจะใช้ความได้เปรียบของการมีสองกล้องในตัวเดียวทำการแบ่งหน้าที่กัน โดยให้กล้องหลักที่ไม่สามารถหมุนได้เป็นกล้องที่ทำหน้าที่เป็นขอบเขตของการตรวจจับการเคลื่อนไหว ในขณะที่เลนส์ PTZ จะทำหน้าที่ในการหมุน ซูมและหมุนติดตามการเคลื่อนไหวของมนุษย์และยานพาหนะ และแน่นอนว่าวิดิโอที่ถูกบันทึกไว้ในการ์ดความจำ (Memory Card) หรือคราวด์ จะทำการบันทึกแยกกัน
📌 แต่ในส่วนนี้ก็มีข้อสังเกต นั่นคือ ถ้าหากมนุษย์หรือยานพาหนะมีการเคลื่อนที่ออกนอกขอบเขตของกล้องหลักเมื่อไหร่ ตัวกล้อง PTZ จะไม่เคลื่อนไหวตามอีก แม้ว่าจริงๆแล้ว ตัวกล้อง PTZ จะสามารถเคลื่อนตัวหมุนตามได้ก็ตาม ดังนั้นในการติดตั้งตัวกล้องจำเป็นต้องหาทำเลย์หรือบริเวณที่สามารถกวาดพื้นที่ได้ครอบคลุมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อกลบข้อสังเกตจุดนี้นั่นเอง

 

 

2.  กำหนดพื้นที่เฝ้าระวัง และโหมดลาดตระเวน

📌 เพื่อกลบจุดสังเกตได้อย่างครอบคลุม Ezviz H9C dual lens ยังมาพร้อมกับโหมดลาดตระเวนที่จะสั่งให้กล้อง PTZ ทำการหมุนไปที่มุมต่างๆ รอบทิศทาง โดยจะหยุดอยู่ที่มุมนั้นๆ ประมาณ 10 วินาที แล้วจึงเปลี่ยนไปที่มุมถัดไปจนครบ 360 องศา ถึงพักรอบ 15 นาที แล้วถึงเริ่ม Cycle ถัดไป และด้วยความได้เปรียบกล้องวงจรปิดอื่นๆ ที่มี 2 กล้อง จึงทำให้กล้อง 1 ตัวสามารถเฝ้าระวังมุมอื่นๆ ได้อย่างครบถ้วนนั่นเอง แต่สำหรับผู้ใช้งานที่มีจุดที่ต้องการให้กล้องหมุนไปตรวจสอบแบบเจาะจงอยู่แล้ว ผู้ใช้งานสามารถกำหนดจุดเฝ้าระวังได้ทั้งหมด 4 จุดตามต้องการอีกด้วย

 

3.  นำ AI เข้ามามาช่วยในการตรวจจับการเคลื่อนไหว

📌 นอกเหนือจากฟังก์ชั่นการติดตามด้วยของตัวกล้องแล้ว Ezviz ยังมีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยคัดกรองว่าสิ่งที่อยู่ในเฟรมกล้องนั้นเป็นมนุษย์หรือไม่ ซึ่งโดยปกติเวลาเราจะเอาวิดิโอจากกล้องวงจรปิดมาดูย้อนหลังหรือนำไปใช้งาน เราจำเป็นต้องนำไฟล์ที่วิดิโอมานั่งดูทั้งคลิป ซึ่งแน่นอนว่าธรรมชาติของกล้องวงจรปิด จะทำการถ่ายเต็มจำนวน 1 วัน หรือ 24 ชม. ซึ่งอาจจะทำให้เสียเวลาหาจุดเกิดเหตุได้ แต่ด้วย AI นี้ สามารถแยกแยะมนุษย์และยานพาหนะได้ จึงสามารถทำการสร้าง Mark เอาไว้ในแอพ Ezviz เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถหาจุดที่มีการเคลื่อนไหวจากมนุษย์หรือยานพาหนะได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

 

4.  รองรับการมองเห็นตอนกลางแบบภาพสี

 

📌 โดยส่วนใหญ่กล้องวงจรปิดแทบทุกตัวมาพร้อมกับอินฟาเรด (IR) ที่จะเพิ่มความสามารถในการมองเห็นตอนกลางคืน แต่ภาพที่ได้จะเป็นภาพขาวดำ ซึ่ง Ezviz H9C 3K และ 2K มาพร้อมกับไฟสปอตไลท์ 4 ดวงในตัว ซึ่งให้ความสว่างสูง แต่การใช้โหมดภาพสีในตอนกลางคืนจะเป็นการเปิดโหมดนี้ร่วมกับไฟสปอตไลท์ ซึ่งหมายความว่าหากผู้ใช้งานเปิดโหมดนี้ตลอดเวลา กล้องก็จะทำการเปิดไฟสปอตไลท์ตลอดเวลาเช่นกัน ดังนั้นแนะนำให้เลือกรูปแบบโหมดเป็นโหมดอัจฉริยะ จะช่วยให้กล้องทำการเปิดปิดโหมดนี้ได้เฉพาะตอนตรวจจับการเคลื่อนไหวได้ และเพิ่มเติมเรื่องของการตั้งขอบเขตเวลาของการทำงานโหมดนี้ ก็จะยิ่งช่วยให้ไฟสปอตไลท์เปิดเมื่อจำเป็นเท่านั้น

 

5. ฟังก์ชั่นการตอบโต้ด้วยเสียงอัตโนมัติ และการแจ้งผ่านโทรศัพท์มือถืออัตโนมัติ

 

📌 เป็นฟังก์ชั่นที่จะสั่งให้กล้องทำการเปิดเสียงแจ้งเตือน เมื่่อกล้องทำการจับการเคลื่อนไหวได้ โดยเสียงแจ้งเตือนสามารถเลือกได้ว่าจะใช้เป็นเสียงไซเรนดังๆ หรือจะเลือกเป็นเสียงที่อัดจากตนเองเพื่อสื่อข้อความให้คนบริเวณนั้นรับทราบได้เลยเช่น “กรุณาออกไป” “พื้นที่ส่วนบุคคล ห้ามเข้า!” เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าสามารถเลือกตั้งค่าช่วงเวลาทำงานของฟังก์ชั่นนี้ได้เช่นเดียวกันครับ

📌 การแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือ จะทำงานร่วมกับฟังก์ชั่นอื่น เช่น การตรวจจับมนุษย์ ยานพาหนะ เป็นต้น โดยจะมีระบบ AI ที่พัฒนามากขึ้น สามารถแยกแยะใบไม้่ หรือการเคลื่อนไหวอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการแจ้งเตือนแต่ล่ะครั้ง โดยจะทำการแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือผ่านแอพพลิเคชั่น EZVIZ แต่ถ้ารู้สึกรำคาญที่แอพ Ezviz แจ้งเตือนมากจนเกินไป ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าขอบเขตเวลาทำงานร่วมกับความถี่ของการแจ้งเตือนให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้นได้ และเป็นการแจ้งเตือนแบบ Real-Time ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยให้เราไม่พลาดเรื่องสำคัญที่เกิดขึ้นในพื้นที่เฝ้าระวังของผู้ใช้งานได้นั่นเอง

 

6.  การพูดคุยแบบ 2 ทิศทาง

📌 ฟังก์ชั่นนี้จะทำให้ตัวกล้องทำหน้าที่เหมือนโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสื่อสารกับบุคคลอื่นๆที่อยู๋ในระยะได้ โดยไม่ต้องรอให้ฝ่ายใดฝ่ายนึงพูดจบก่อน เสียงของทั้ง 2 ฝั่งและจะได้ยินแบบ Real-time นั่นเอง

📌 สรุปจุดเด่นของ Ezviz H9C Dual Lens คือมีสองกล้องในตัวที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างดีเยี่ยม โดยจะกลบจุดด้อยของกล้องวงจรปิดแบบเดิมๆ ที่มักจะมีจุดอับสายตาซึ่งทำให้ต้องหาซื้อและติดตั้งกล้องวงจรปิดหลายๆตัวเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ ด้วยการแบ่งหน้าที่การทำงานของกล้องหลักและการหมุนในแนวระนาบของกล้อง PTZ ทำให้สามารถเห็นมุมมองต่างๆ ได้ครบ 360 องศา อีกทั้งยังมี AI และแอพพลิเคชั่น Ezviz ช่วยเสริมให้การทำงานต่างๆ ของกล้องวงจรปิดให้ลื่นไหลมากยิ่งขึ้น เช่น ใช้ AI เข้ามาช่วย Detect การเคลื่อนไหวของยานพาหนะและมนุษย์ แล้วแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์มือ ใช้ Ai ช่วยทำการมาร์คจุดหรือช่วงเวลาที่ตรวจพบการเคลื่อนไหว เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้ามาดูวิดิโอย้อนหลังได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และยังมีฟังก์ชันเสริมการใช้งานอย่างเช่น โหมดลาดตระเวน ที่ผู้ใช้งานสามารถกำหนดจุดเองได้ถึง 4 จุด การพูดคุย 2 ทิศทาง การตอบโต้ด้วยเสียง หรือสปอร์ตไลท์แบบอัตโนมัติมันกล้องตรวจจับมนุษย์หรือยานพาหนะได้ในเฟลม เป็นต้น ซึ่งช่วยให้การใช้งานเพื่อรักษาความปลอดภัยรอบๆบ้านครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

📌 จุดสังเกตสำคัญคือพื้นที่จัดเก็บไฟล์วิดิโอที่มากกว่ากล้องทั่วไป 2 เท่า เพราะ Ezviz H9C มีกล้อง 2 ตัวซึ่งทำงานแยกกัน ส่งผลให้ในการบันทึกภาพจะได้เป็นไฟล์วิดิโอ 2 ไฟล์ด้วยเช่นกัน ดังนั้นผู้ใช้งานจึงจำเป็นต้องมีความจุของพื้นที่จัดเก็บไฟล์วิดิโอที่เพียงต่อการบันทึกวิดิโอย้อนหลัง หรือบอกได้เลยว่าผู้ใช้งานอาจต้องเพิ่มพื้นที่จัดเก็บไฟล์วิดิโอย้อนหลังมากกว่ากล้องวงจรปิดปกติทั่วไปถึง 2 เท่านั่นเอง

You cannot copy content of this page